งานไม่เสีย ครอบครัวไม่พัง: เคล็ดลับสร้างจุดสมดุลใหม่ในมุมมอง 'แม่ทำงานลูกสอง'
งานไม่เสีย ครอบครัวไม่พัง: เคล็ดลับสร้างจุดสมดุลใหม่ในมุมมอง 'แม่ทำงานลูกสอง' กริ่งเลิกงานดังขึ้น... เข็มนาฬิกาชี้ที่เลขห้าตรงเป๊ะ ในขณะที่เพื่อนร่วมงานหลายคนเริ่มเปิดโปรเจกต์ใหม่ หัวหน้ายังคงนั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะ และบรรยากาศออฟฟิศเริ่มคึกคักเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานล่วงเวลา (OT) หรือการไปสังสรรค์สานสัมพันธ์หลังเลิกงาน แต่สำหรับหัวอกของ "คนเป็นแม่ลูกสอง" อย่างฉัน เลิกงานตรงเวลาไม่ได้แปลว่าได้พักค่ะ แต่มันคือการเริ่มต้นกะที่สองที่สำคัญที่สุดในชีวิต ฉันต้องรีบเก็บกระเป๋า กล่าวคำลากึ่งขอโทษเพื่อนร่วมงานในใจ แล้วรีบพุ่งตัวออกไปให้ทันเวลาโรงเรียนเลิก เพื่อไปรับอ้อมกอดเล็กๆ สองอ้อมกอดที่รอคอยอยู่ ตลอดทางกลับบ้าน ความรู้สึกผิด (Guilt) มักจะกัดกินใจเราเสมอ... เรารู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่ช่วยงานต่อ กลัวเพื่อนร่วมงานมองว่าไม่ทุ่มเท กลัวหัวหน้าประเมินว่าไม่มีประสิทธิภาพ และกลัวว่าโอกาสก้าวหน้าหรือโบนัสจะลดน้อยลงเพียงเพราะเราเลือกที่จะปฏิเสธการทำโอที หรือการออกนอกสถานที่ แต่ในขณะเดียวกัน... หากเราเลือกทุ่มเทร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ที่ทำงาน ทำงานล่วงเวลาจนมืดค่ำ ไปปาร์ตี้บริษัททุกครั้...